Dermal Filler
ฟิลเลอร์ — เติมเต็มร่องลึกและปรับสัดส่วนใบหน้า
ใช้ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกแอซิดที่ขึ้นทะเบียน ฉีดโดยแพทย์หลังประเมินตำแหน่ง ปริมาณ และความเสี่ยง
ฟิลเลอร์ที่เราใช้เป็นไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) ที่ขึ้นทะเบียน ผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติต่างกัน แพทย์จึงต้องเลือกชนิด ชั้นที่ฉีด และปริมาณให้เหมาะกับตำแหน่ง
จุดที่นิยมทำมากที่สุดคือร่องแก้ม ใต้ตา คาง ริมฝีปาก และขมับ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ปริมาตรลดลงตามอายุจนทำให้ใบหน้าดูโทรมและเหนื่อยล้า การเติมในปริมาณที่พอดีจะทำให้หน้าดูสดขึ้นโดยที่คนอื่นบอกไม่ถูกว่าคุณไปทำอะไรมา
ฟิลเลอร์ HA สามารถสลายด้วยเอนไซม์ได้ในบางกรณี แต่การสลายเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีข้อจำกัดและความเสี่ยง ไม่ควรมองว่าเป็นวิธีย้อนผลลัพธ์ที่ทำได้ง่ายทุกกรณี
ผลลัพธ์
ผลลัพธ์ที่อาจคาดหวังได้
ผลลัพธ์ ระยะพักฟื้น และความเสี่ยงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินความเหมาะสมและอธิบายทางเลือกก่อนรับบริการ
ร่องแก้มตื้นขึ้น
เติมปริมาตรที่หายไป ทำให้ใบหน้าดูอิ่มและอ่อนวัยลง
ใต้ตาสว่างขึ้น
เติมร่องน้ำตาที่ลึก ลดเงาคล้ำที่ทำให้ดูอ่อนเพลีย
คางได้รูป
เติมคางให้ยาวและได้สัดส่วน ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
ปากอิ่มได้รูป
ปรับรูปทรงและความอิ่มของริมฝีปากให้พอดีกับใบหน้า
เห็นการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้น
อาจเห็นปริมาตรที่เปลี่ยนไปหลังฉีด แต่ควรรอให้อาการบวมลดลงก่อนประเมินผล
มีแนวทางแก้ไขในบางกรณี
หากเกิดปัญหา แพทย์จะประเมินว่าควรเฝ้าดูอาการ สลาย HA หรือใช้แนวทางอื่น
ขั้นตอน
ขั้นตอนโดยทั่วไป
- 01
ปรึกษาและวางแผน
หมอดูโครงหน้าและระบุว่าปริมาตรหายไปตรงไหนบ้าง แล้วเสนอว่าควรเติมจุดใดก่อน พร้อมแจ้งปริมาณเป็นซีซี
- 02
เปิดกล่องฟิลเลอร์ให้ดู
แสดงกล่อง ฉลาก และล็อตนัมเบอร์ให้คุณเห็นก่อนเปิดใช้ทุกครั้ง
- 03
ทายาชาและฉีด
ทายาชา 20 – 30 นาที แล้วฉีดด้วยเข็มหรือเข็มทู่ (cannula) ตามความเหมาะสมของแต่ละตำแหน่ง
- 04
ประเมินผลและนัดติดตาม
ดูผลร่วมกันทันทีหลังฉีด แล้วนัดกลับมาประเมินอีกครั้งเมื่อบวมยุบสนิท
หัตถการนี้อาจเหมาะกับผู้ที่...
- ร่องแก้มลึก หน้าดูโทรมและคล้ำ
- ใต้ตาลึกเป็นร่องน้ำตา ดูเหนื่อยตลอดเวลา
- คางสั้นหรือคางถอย อยากให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
- ริมฝีปากบางหรือรูปทรงไม่ได้สัดส่วน
- ต้องการปรับรูปหน้าโดยไม่ผ่าตัดและเข้าใจว่าผลลัพธ์มีระยะเวลา
การดูแลหลังทำ
- งดนวดหรือกดบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- งดออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และอบไอน้ำ 1 สัปดาห์
- งดแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสช้ำและบวม
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือทรีทเมนต์ความร้อนบริเวณนั้น 2 สัปดาห์
- ถ้ามีอาการปวดมากผิดปกติ ผิวซีดขาว หรือมองเห็นผิดปกติ ให้ติดต่อคลินิกทันที
คำถามที่พบบ่อย
เรื่องฟิลเลอร์
เจ็บไหม
มีการทายาชาก่อนฉีด และผลิตภัณฑ์บางรุ่นมียาชาผสม ระหว่างฉีดอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บ ระดับความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละคน
ฉีดแล้วบวมกี่วัน
บวมเล็กน้อย 2 – 3 วัน บางคนอาจมีจ้ำเขียวถ้าโดนเส้นเลือดฝอย ซึ่งจะจางเองใน 5 – 7 วัน
ทำไมไม่ใช้ฟิลเลอร์ถาวร
เพราะแก้ไขยากมากเมื่อเกิดปัญหา สารถาวรอาจเคลื่อนที่ เป็นก้อน หรืออักเสบหลังผ่านไปหลายปี และมักต้องผ่าตัดเอาออก เราจึงใช้เฉพาะ HA ที่สลายได้
หมดอายุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมไหม
เมื่อ HA ค่อย ๆ สลาย ปริมาตรที่เติมจะลดลง แต่ใบหน้ายังเปลี่ยนแปลงตามอายุและปัจจัยอื่น จึงอาจไม่เหมือนสภาพก่อนฉีดทุกประการ
ฉีดใต้ตาอันตรายไหม
ใต้ตาเป็นตำแหน่งที่มีเส้นเลือดสำคัญและมีความเสี่ยงรุนแรงได้ การใช้เข็มทู่ช่วยลดความเสี่ยงบางชนิดแต่ไม่ตัดความเสี่ยงทั้งหมด แพทย์ต้องประเมินว่าควรฉีดหรือเลือกวิธีอื่น
บริการใกล้เคียง
ฉีด & เติมเต็ม
Botulinum Toxin
โบทูลินัม ท็อกซิน
ลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เรียวกราม ยกหางคิ้ว ด้วยยาที่ขึ้นทะเบียน อย.
ดูรายละเอียด→Salmon DNA / PDRN
สารสกัดแซลมอน (PDRN)
อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับดูแลความชุ่มชื้นและคุณภาพผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มี PDRN
ดูรายละเอียด→MADE Mesotherapy
มาเด้ (MADE)
เมโสเธอราพีสำหรับดูแลผิว โดยแพทย์ประเมินสูตรและตำแหน่งฉีดให้เหมาะกับแต่ละคน
ดูรายละเอียด→ต้องการปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์?
การปรึกษาไม่มีค่าใช้จ่าย แพทย์จะตรวจและอธิบายตามตรงว่าอะไรทำได้ อะไรมีข้อจำกัด และอะไรยังไม่จำเป็น คุณกลับไปคิดก่อนได้โดยไม่มีการเร่งตัดสินใจ